วันศุกร์ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

One Tablet per Child Solution 1




วันนี้เสนอโมเดลการจัดการเรียนรู้ด้วยแท็บเล็ต แบบง่ายๆ ครับ

...อ่านบทความนายกกันครับ...

วิเคราะห์ โครงการคอมพิวเตอร์มือถือสำหรับนักเรียนทุกคน (One Tablet PC Per Child) ของพรรคเพื่อไทย ในยุคโลกาภิวัฒน์แข่งขันสูง คอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ท เป็นปัจจัยพื้นฐาน ไม่ใช่ทางเลือกหรือของฟุ่มเฟือย แต่เป็นสาธารณูปโภคสำคัญที่รัฐต้องช่วยจัดหาให้มีใช้อย่างทั่วถึง ทันสมัย คุณภาพดี ราคาถูก โดยเฉพาะสำหรับเด็กรุ่นใหม่ ต้องเตรียมให้ทันยุค เป็นกำลังสำคัญในการแข่งขันของประเทศ พรรคเพื่อไทยจึงมี 2 นโยบายพิเศษรองรับ คือ โครงการอินเทอร์เน็ทไร้สายในที่สาธารณะฟรี (Free WiFi) และ โครงการคอมพิวเตอร์มือถือสำหรับนักเรียนทุกคน (One Tablet PC Per Child)

สุภาษิตจีน (Chinese Proverb) “ถ้าท่านวางแผนเพียงปีเดียวให้ปลูกข้าว, ถ้าท่านวางแผนยี่สิบปีให้ปลูกต้นไม้, แต่ถ้าท่านวางแผนร้อยปีให้พัฒนาคน” (If you are planning for one year, grow rice. If you are planning for twenty years, grow trees. If you are planning for a century, grow men.)

ปี 2550 เตรียมแจกคอมพิวเตอร์ Notebook ให้เด็กป.1

“ขณะนี้กระทรวงศึกษาธิการได้นำเรื่องราวต่างๆเกี่ยวกับเรื่องการติดตั้งคอมพิวเตอร์ เรื่องของการเตรียมการที่จะให้เด็กนักเรียนทั้งหลายได้ใช้คอมพิวเตอร์มาเสนอ เมื่อวานนี้ (21 ต.ค.) มีการประชุมมีเรื่องทำราคาให้อินเตอร์เน็ตถูกลง และสร้าง Interactive Book ทำ E-Book เพื่อเตรียมรองรับการติดตั้งคอมพิวเตอร์ 250,000 ตัวในปีการศึกษาหน้า นอกจากนั้นจะเพิ่มคอมพิวเตอร์อีก แล้วจะมีระบบเรียกว่า One Laptop per Child คือปี 2550 ถ้าลูกใครเข้าเรียนชั้นประถมปีที่ 1 จะแจกคอมพิวเตอร์คนละตัว แล้วเอากลับบ้านได้ด้วย เพื่อที่คอมพิวเตอร์ตัวนั้นจะมีหนังสืออยู่ในนั้น คือเป็น E-Book เป็นหนังสืออยู่ในคอมพิวเตอร์ ไม่ต้องมานั่งอ่านแล้ว Book จะเป็น Interactive สามารถทำแบบฝึกหัดบนคอมพิวเตอร์เลย อันเล็กๆ 7 นิ้วครึ่ง กำลังเร่งทำเรื่องนี้”
จากรายการนายกฯคุยกับประชาชน 22 ตุลาคม 2548

1. วิสัยทัศน์โครงการ One Laptop per Child ควรเกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2550
แต่ถูกยกเลิกไปเพราะการปฏิวัติ โครงการใหม่ “คอมพิวเตอร์มือถือ สำหรับนักเรียนทุกคน (One Tablet PC Per Child)” จึงเป็นการรื้อฟื้นและต่อยอดโครงการเดิม แต่ดีกว่าเดิม คือ

Tablet PC วันนี้ เป็นของแพร่หลายอยู่แล้ว ราคาถูกเหลือราว 3,000 บาทต่อเครื่อง เพราะฮาร์ดแวร์และซอฟท์แวร์ต่อยอดจากชิ้นส่วนมือถือ และแนวโน้มราคาลดลงเรื่อยๆแต่เครื่องเก่งขึ้น ถูกกว่า Laptop เดิมมาก ที่ต้องวิจัยและออกแบบใหม่ ทั้งฮาร์ดแวร์และซอฟท์แวร์ ต้นทุนใกล้หมื่นบาทต่อเครื่อง

ระบบสัมผัสแทนคียบอร์ด ขนาดเล็กถือได้คล้ายหนังสือ พกสะดวก ดูแลรักษาง่าย
ปี 2553 iPad ของบริษัท Apple เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เกิดกระแสความสนใจคอมพิวเตอร์มือถือไปทั่วโลก แต่โครงการนี้จะใช้ระบบปฏิบัติการ Android ที่ใช้ได้ฟรีแบบ Open Source ของบริษัท Google ที่นิยมมากที่สุดในโลก มีการขายไปแล้วหลายร้อยล้านเครื่องโดยผู้ผลิตหลายร้อยราย ทั้งยี่ห้อดังเช่นแซมซุง หรือผู้ผลิตจากจีนราคาถูกมาก

2. ต้นทุนโครงการนี้จะไม่สูงเป็นแสนๆล้านบาทอย่างที่มีผู้กล่าวหา เช่น หากเครื่องละ 3,000 บาท หากให้เฉพาะ ป.1 ใหม่ 800,000 คน ก็จะใช้งบ 2,400 ล้านบาททุกปี สมมติกรณีสุดขั้วที่รัฐบาลจัดให้ทุกชั้นปีตั้งแต่ ป.1-ม.6 รวม 10 ล้านเครื่อง เฉพาะปีแรก (ปีถัดไปให้เฉพาะ ป.1 รุ่นใหม่) ก็จะใช้งบ 30,000 ล้านบาท (7.6% ของงบกระทรวงศึกษา 391,000 ล้านบาท หรือ 1.4% ของงบรวมปี54 2.07 ล้านล้านบาท) ในทางกลับกัน จะประหยัดงบอื่นได้อีกมากนับหมื่นๆล้านบาท เพราะเมื่อเป็น Ebook แล้ว ก็ไม่ต้องขายหรือแจกตำราเรียนที่เป็นหนังสือกระดาษอีก ใช้งบประมาณน้อยกว่าโครงการเรียนฟรี 15 ปีที่ใช้งบถึง 80,000 ล้านบาทปีที่แล้ว ซึ่งยังมีปัญหาว่าฟรีได้จริงไหม คุณภาพดีไหม ได้ประโยชน์คุ้มงบประมาณไหม หากผลิตจำนวนมาก ราคาจะถูกได้อีก และผลิตในไทยได้ มีโรงงานรับผลิตหลายแห่ง และสามารถเรียนรู้จากอินเดียที่มีโครงการผลิตได้ถูกมากๆ

วันอาทิตย์ที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

ปัจจัยที่มีผลต่อการส่งเสริมและขัดขวางโอเพนซอร์ส ในประเทศไทย

ปัจจัยที่มีผลต่อการส่งเสริมและขัดขวางโอเพนซอร์ส ในประเทศไทย
มูลนิธิสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) ได้รายงานผลการศึกษาการส่งเสริมและการพัฒนาโอเพนซอร์ส ต่อกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (2553) ถึงปัจจัยที่มีผลต่อการส่งเสริมและขัดขวางการพัฒนาและการใช้ซอฟต์แวร์โอเพนซอร์ส ในประเทศไทย ไว้ดังนี้
1. ความรู้และความเข้าใจซอฟต์แวร์โอเพนซอร์ส นอกเหนือจากคุณสมบัติด้านราคาของซอฟต์แวร์โอเพนซอร์ส แล้ว คุณภาพและเสถียรภาพของซอฟต์แวร์โอเพนซอร์ส เป็นปัจจัยสำคัญที่ผู้ใช้เลือกที่จะใช้ซอฟต์แวร์โอเพนซอร์ส การสื่อสารให้เกิดความรู้และความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับคุณภาพของซอฟต์แวร์โอเพนซอร์ส ซึ่งปัจจุบันมีคุณภาพสูงเพียงพอต่อการใช้งานจริงแล้ว จะช่วยให้เกิดการใช้งานซอฟต์แวร์โอเพนซอร์ส แพร่หลายยิ่งขึ้น นอกจากนั้นยังมีการเข้าใจผิดว่าการใช้ซอฟต์แวร์โอเพนซอร์ส ไม่จำเป็นจะต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ อีก ทั้งที่แท้จริงแล้วซอฟต์แวร์โอเพนซอร์ส ไม่มีค่าใช้จ่ายเฉพาะค่าลิขสิทธิ์การใช้งานเท่านั้น ค่าใช้จ่ายอื่นที่เกี่ยวข้องกับการใช้งานซอฟต์แวร์ได้แก่ ค่าใช้จ่ายในการติดตั้ง ค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรม และค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษา ล้วนเป็นค่าใช้จ่ายที่ผู้ใช้งานซอฟต์แวร์จำเป็นจะต้องจ่าย ไม่ว่าจะใช้งานซอฟต์แวร์โอเพนซอร์ส หรือซอฟต์แวร์ให้สิทธิการใช้ก็ตาม ความเข้าใจผิดในส่วนนี้มีผลกระทบต่อธุรกิจซอฟต์แวร์โอเพนซอร์ส ซึ่งมีผลต่อเนื่องมาถึงชุมชนผู้ใช้โอเพนซอร์ส ในประเทศไทยด้วย การใช้งานซอฟต์แวร์โอเพนซอร์ส เพียงแต่ทำให้ต้นทุนโดยรวมต่ำลง ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากการใช้ซอฟต์แวร์โอเพนซอร์ส เป็นค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากการบริการ และการบริการที่เกิดขึ้นโดยปกติแล้วเป็นบริการจากสมาชิกของชุมชนโอเพนซอร์ส
2. นโยบายในการใช้ซอฟต์แวร์ของภาครัฐ การส่งเสริมการใช้ซอฟต์แวร์โอเพนซอร์ส และการสนับสนุนให้หน่วยงานภาครัฐเปลี่ยนมาใช้ซอฟต์แวร์โอเพนซอร์ส แทนซอฟต์แวร์ให้สิทธิการใช้ จะช่วยกระตุ้นให้ประชาชนทั่วไปมีความสนใจและยอมรับซอฟต์แวร์โอเพนซอร์ส มากขึ้น นอกจากนั้นในประเทศไทยภาครัฐเป็นลูกค้าสำคัญในตลาดซอฟต์แวร์ หากภาครัฐเปลี่ยนมาใช้ซอฟต์แวร์โอเพนซอร์ส จะสามารถกระตุ้นตลาดซอฟต์แวร์โอเพนซอร์ส ได้มาก
3. ขอบเขตของกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาและการบังคับใช้กฎหมาย ในประเทศไทยไม่เข้มงวด มีผลทำให้มีการใช้ซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์ในอัตราสูง สามารถพบเห็นการจำหน่ายเครื่องคอมพิวเตอร์ใหม่ พร้อมกับติดตั้งซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์มาให้พร้อมได้ทั่วไปเป็นปกติในสังคมไทย ผู้ใช้ซอฟต์แวร์สามารถใช้ซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์โดยเสียค่าใช้จ่ายเพียงเล็กน้อยหรือไม่ต้องเสียเลย เป็นเรื่องที่พบได้ทั่วไป อย่างไรก็ตามการใช้ซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์ในอนาคตจะทำได้ยากขึ้น ตามแรงกดดันของเจ้าของลิขสิทธิ์ในต่างประเทศ ด้วยเจ้าของลิขสิทธิ์สามารถมั่นใจได้แล้วว่า กระบวนการครอบงำทางเทคโนโลยีสารสนเทศ บรรลุผลและถึงเวลาที่จะต้องกลับมาเก็บเกี่ยวผลประโยชน์แล้ว
4. การเข้าถึงอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงได้อย่างกว้างขวางและราคาถูก เป็นปัจจัยสำคัญประการหนึ่งที่จะทำให้ซอฟต์แวร์โอเพนซอร์ส แพร่หลายยิ่งขึ้น ทั้งนี้เนื่องจากการร่วมมือการพัฒนาซอฟต์แวร์โอเพนซอร์ส ใช้บริการจากอินเทอร์เน็ต มีการสื่อสารในชุมชนโอเพนซอร์ส ผ่านอีเมล์และเว็บไซต์ การเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้สะดวกจะทำให้ความสามารถในการร่วมพัฒนาโอเพนซอร์ส เกิดขึ้นได้มากขึ้น ในทางตรงกันข้ามหากการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตเป็นไปได้ยาก ก็จะเป็นอุปสรรคที่สำคัญของนักพัฒนาซอฟต์แวร์โอเพนซอร์ส
5. การจัดการด้านการศึกษาเทคโนโลยีสารสนเทศ มีความสำคัญต่อการใช้และพัฒนาซอฟต์แวร์โอเพนซอร์ส ควรมีสถาบันทางการศึกษาหรือฝึกอบรมทักษะด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ที่ส่งเสริมการใช้และพัฒนาซอฟต์แวร์โอเพนซอร์ส เพื่อขจัดปัญหาหลักเรื่องความไม่คุ้นเคยและความรู้สึกยุ่งยากในการใช้ซอฟต์แวร์โอเพนซอร์ส ของผู้ใช้ซอฟต์แวร์ทั่วไป นอกจากนั้นยังมีข้อเสนอให้มีสถาบันอุดมศึกษาที่สอนเกี่ยวกับเทคโนโลยีและเทคนิคการพัฒนาซอฟต์แวร์ในประเทศ รวมทั้งการส่งเสริมวัฒนธรรมแห่งการเรียนรู้และการพัฒนาให้แก่ประชากรในประเทศ จะช่วยให้การปรับใช้ซอฟต์แวร์โอเพนซอร์ส เกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็วและกว้างขวางมากขึ้นในประเทศ
6. การสนับสนุน (Support) หลังจากการเปลี่ยนแปลงมาใช้ซอฟต์แวร์โอเพนซอร์ส การใช้ซอฟต์แวร์โอเพนซอร์ส จำเป็นต้องมีการดูแลและปรับปรุงคุณภาพ (Upgrade) หลังจากการติดตั้งซอฟต์แวร์โอเพนซอร์ส การขาดการสนับสนุน ซึ่งอาจเกิดขึ้นจากสาเหตุต่างๆ เช่น ทักษะของบุคลากรด้านสารสนเทศไม่เพียงพอ หรือขาดการสนับสนุนจากผู้ให้บริการ เป็นอุปสรรคที่สำคัญต่อการใช้ซอฟต์แวร์โอเพนซอร์ส
7. นักพัฒนาที่มีทักษะภาษาอังกฤษ ซึ่งเป็นภาษาหลักการพัฒนาซอฟต์แวร์ ทักษะการสื่อสารภาษาอังกฤษที่ดี เป็นเครื่องมือสำคัญของนักพัฒนาซอฟต์แวร์โอเพนซอร์ส
8. นักพัฒนาที่มีทักษะหรือได้รับการอบรมด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ มีผลต่อความสำเร็จในการพัฒนาซอฟต์แวร์โอเพนซอร์ส การสร้างกลุ่มนักพัฒนาที่มีทักษะหรือจัดการฝึกอบรมเพื่อให้เกิดกลุ่มนักพัฒนาโอเพนซอร์ส เพื่อร่วมการพัฒนาซอฟต์แวร์โอเพนซอร์ส จึงมีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาซอฟต์แวร์โอเพนซอร์ส
จากเหตุปัจจัยต่างๆ ที่กล่าวถึง ได้มีข้อเสนอแนะทางนโยบายและยุธศาสตร์ในการส่งเสริมการพัฒนาและการใช้ซอฟต์แวร์โอเพนซอร์ส ในประเทศไทยให้ประสบความสำเร็จสามข้อ ซึ่งประกอบด้วย
หนึ่ง นโยบายด้านเทคโยโลยีสารสนเทศของภาครัฐ อันประกอบด้วยนโยบายการใช้ซอฟต์แวร์โอเพนซอร์ส ในภาครัฐ นโยบายการจัดซื้อจัดจ้างซอฟต์แวร์ภาครัฐ นโยบายการส่งเสริมให้ภาคเอกชนหันมาใช้ซอฟต์แวร์โอเพนซอร์ส และนโยบายให้มีการขยายการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงให้มากขึ้น
สอง ให้มีการจัดตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนาด้านซอฟต์แวร์โอเพนซอร์ส ทั้งนี้เพื่อเอื้อประโยชน์ต่อกลุ่มนักพัฒนาซอฟต์แวร์โอเพนซอร์ส และ
สาม ส่งเสริมความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับโอเพนซอร์ส

จากประสบการณ์ที่ผ่านมา พบว่าเคยมีข้อเสนอเพื่อการพัฒนาโอเพนซอร์ส ในทำนองเดียวกันนี้บ่อยครั้ง แต่ผลลัพธ์ที่ได้จากการสนับสนุนส่งเสริมโอเพนซอร์ส ยังไม่เป็นที่น่าพอใจนัก การส่งเสริมเฉพาะทางด้านเศรษฐกิจและเทคนิค อย่างที่ผ่านๆ มา ไม่เพียงพอที่จะทำให้เกิดการพัฒนาโอเพนซอร์ส ขึ้นมาได้ ทั้งนี้เนื่องจากยังขาดองค์ความรู้ทางด้านสังคมศาสตร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งความรู้ที่เกี่ยวกับคน และองค์ประกอบอื่นเช่น ชุมชนโอเพนซอร์ส ในประเทศไทยยังไม่เคยมีผลงานการศึกษาทางด้านนี้ปรากฏมาก่อน แต่ในต่างประเทศมีผู้ให้ความสนใจและทำการศึกษากันบ้างแล้ว

วันอังคารที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

ตัดต่อหนังระดับสูง (บันทึกไว้)

ขายไม่ออกครับ Editshare เคยมีชื่อเสียงในสมัย Pre-Avid, Pre-Final Cut ครับ เพราะว่ายังยึดติดกับรูปแบบการตัดต่อดั้งเดิม (Steenbeck Like) เลยตามไม่ทัน Avid พอเริ่มเข้ามาสู่ยุค Digital Non-Linear ครับ กว่าจะปรับตัวได้ก็มีคู่แข่งในตลาดมากมายครับ ซึ่งตลาดบนนั้นการแข่งขันสูงมากๆครับ เพราะ Sofrware แต่ละตัวเคี่ยวและดุดันมากๆครับ ทั้ง Feature ที่พัฒนาเร็วมากๆ UI ที่ยอดเยี่ยมและละเอียดยิบ ความเสถียรระดับพระกาฬ และการ Support ที่สุดยอดครับ
ลองยกพวกตัดต่อระดับบนมาให้ดูนะครับ
Dayang D3 (ตัวนี้มักมากับสายงานช่องทีวีครับ เชี่ยวชาญด้านการ Support ไฟล์ที่ทีวีใช้เยอะครับ เช่น Support ไฟล์จากกล้อง Ikegami ซึ่งนิยมมากๆในหมู่ทีวีครับ)
Avid Media Composer (จับตลาดหนังได้ดีครับ UI ใช้ง่ายมากและเป็นต้นแบบของมาตรฐานปัจจุบันในหลายๆอย่างครับ Render น้้อยแต่ได้ผลมากครับ เป็นที่นิยมสูงมากๆครับ)
Autodesk Smoke (ตัวนี้เน้น Solution ขนาดใหญ่ เน้นความเสถียรสูงมากๆ แล้วก็เชื่อมกับพวกโปรแกรมของ Autodesk ได้อย่างยอดเยี่ยมครับ)
Apple Final Cut Pro (ตัวนี้ดังสุดช่วงนี้เพราะมันถูกมากๆครับ เทียบกับตัวอื่นๆ แล้วก็ปิดงานได้ใน Suite เดียวเลย ทั้ง Graphic แก้สี Compositing ทำเพลง Mix เสียง แปลงไฟล์ ทำ Master DVD และมี Plug-in เยอะมากๆครับ)
Adobe Premiere Pro (เน้นการรวมเข้ากับ Suite ของ Adobe ที่แข็งแกร่งมากอยู่แล้วครับ เชื่อมกับ After Effect, Encore, On Location และ Animation อย่าง Flash ได้ครับ และมีราคาถูกด้วยครับ)
Grass Valley Edius (ตัวนี้สุดยอดเรื่อง Codec ที่ Output คุณภาพ กิน Spec เครื่องต่ำกว่า แต่ทำงานเร็วเหมือนปรอทครับ
Merging Technology VCube VC (ตัวนี้เจ๋งเรื่อง I/O ที่มาพร้อมกันครับ ทำงานกับ SDI และพวกเสียงครับ Merging Technology เก่งทางด้าน Effect เสียงมากๆครับ มีให้พร้อมรบเสมอครับ
Sony Vegas (ตัวนี้มี UI แตกต่างแต่สร้างสรรค์ครับ ใช้งานได้ดีมากๆครับกับ Multi Format ต่างๆ
Editshare (เน้นการตัดแบบ Film เช่นเดียวกับ Steenbeck โบราณครับ ตอนนี้ไปเน้นด้าน Opensource ละครับ)
Blender (ไม่ได้โกหกนะครับ Blender เสียเรื่องความเสถียร และ UI ที่ยุ่งยากสำหรับ NLE แต่การใช้งานร่วมกับ Composite แล้ว Blender Sequencer ไม่เป็นรองใครเสียเท่าไหร่ครับ คือปิดงานได้เหมือนกันครับ)
Forbidden FORscene (เน้นไปทาง Cloud และการตัดหลายคนครับ ตัวนี้ใช้ SaaS มาประยุกต์กับ NLE ครับ)
ดังนั้นจะเห็นเลยครับว่าแต่ละตัวนี่เขี้ยวลากดินมากๆครับ EditShare เลือกเข้า Opensource เป็นทางเลือกที่ดีมากๆครับ เพราะตอนหลัง Lightworks เน้นไปทาง Digital Asset Management มากกว่าครับ จะได้ให้คนอื่นช่วยกันลุยทำตัวนี้ต่อครับ แต่จะดีแค่ไหนต้องรอติดตามครับ : )
ขอบคุณครับ สวัสดีครับ

My Pix

My Pix
คลังรูปภาพ